.......@....ล้นเกล้า เผ่าไทย....@.......

(1/3) > >>

เอกอาชา@แกงป่าปลา:
ไปเอามาจากเวป แลนด์ครุยเซอร์ คลับ โพสก์โดยคุณ Toom 99
ผมเห็นว่าควรเผยแพร่....ต้องขอบคุณเป็นอย่างมากเลยครับ :-X

จดหมายฉบับนี้ยาวมาก
หากรัก'พระองค์ท่าน'
กรุณาอ่านให้จบด้วย  >:D


1.ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น.
2.นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ
ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์
ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ 6
ปอนด์
3.พระนาม 'ภูมิพล'
ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
4.พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
ภูมิพลอดุลยเดช
5.ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ
พระองค์เล็ก

6.ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี
เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา
ทรงเคยเข้าเรียนที่
โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี
มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า
'H.H Bhummibol
Mahidol'หมายเลขประจำตัว 449


7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือ
สมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า
'แม่'
8.สมัยทรงพระเยาว์
ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง


9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์
แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย
เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผัก

มาปลูกเพิ่ม


10.สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข
กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง
แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้ง

หนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต


11.สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทย
ทรงตั้งชื่อให้ว่า'บ๊อบบี้'


12.ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม
10 ขวบ
เพราะครูประจำชั้นสังเกต

เห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำพระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ

13.สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง
หากสมเด็จย่าจะลงโทษ
จะเจรจากันก่อนว่า
โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะ
ทรงต่อรองว่า 3 ที มากเกินไป 2
ทีพอแล้ว
14.ระหว่างประทับอยู่
สวิตเซอร์แลนด์นั้นระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส
แต่จะใช้ภาษาไทยกับ
สมเด็จย่าเสมอ

15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก
'การให้'
โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า

'กระป๋องคนจน' เอาไว้
หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร
จะต้องถูก 'เก็บภาษี'
หยอดใส่
กระปุกนี้ 10%
ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร
เช่น
มอบให้โรงเรียนตาบอด
มอบให้เด็กกำพร้า
หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน

16. ครั้งหนึ่ง
ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน
เพราะเพื่อนคนอื่นๆ
เขามีจักรยานกัน
สมเด็จย่าก็ตอบว่า
'ลูกอยากได้จักรยาน
ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ
หยอดกระป๋องวันละเหรียญ
ได้มาก
ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน'


17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง
คือ Coconet Midget
ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์

เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา

18.ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่
2
ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง

19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง
มีพื้นฐานมาจาก 'การเล่น'
สมัยทรงพระเยาว์
เพราะหากอยากได้

ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง
หรือ ประดิษฐ์เอง
ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา
ซื้อชิ้น
ส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ
แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ
แล้วแบ่งกันฟัง

20.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย
โดยโปรดเกล้าฯให้

โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ
เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่น

เป็นจิ๊กซอว์


21.ในหลวงทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด
เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน
แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรี

ชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ
หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)


22.ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์
14-15 พรรษา
ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300

ฟรังก์มาหัดเล่น
โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง
และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้

23.ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ
เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส


24.ทรงพระราชนิพนธ์พลงครั้งแรก
เมื่อพระชนมพรรษา 18 พรรษา
เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ
'แสงเทียน'
จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด
48 เพลง

25.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง
บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย
อย่างครั้งหนึ่งทรง
เกิดแรงบันดาลพระทัย
ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5
เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น
กลาย
เป็นเพลง 'เราสู้'

26. รู้ไหม...?
ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร
: เหมือนสมเด็จย่า และ
รัชกาลที่5
27.
นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว
ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย
ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วน

พระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย
ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล

รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโ
ปลิโอและโรคเรื้อนด้วย

28. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง
'นายอินทร์' และ 'ติโต'
ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์
แล้วให้เสมียน
พิมพ์ แต่ 'พระมหาชนก'
ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์

29. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด
แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่
แบดมินตัน สกี และ เรือใบ ทรง

เคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค
ในกีฬาแหลมทอง

(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น'กีฬาซีเกมส์')
ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
30. ครั้งหนึ่ง
ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง
และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า


เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า
ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์
ทั้งๆที่ไม่มีใคร
เห็น
แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน

31.
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ
์คิดค้นเครื่องกลเติม

อากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย
หรือ 'กังหันชัยพัฒนา'
เมื่อปี 2536
33.
ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน
เช่น แก๊ส
โซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ
น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์
ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20
ปีแล้ว
34. องค์การสหประชาชาติ
ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์
แด่ในหลวงเมื่อ วัน
ที่ 26 พฤษภาคม 2549
เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของ

ประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี
อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ
เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตน
เอง

35. พระนามเต็มของในหลวง :
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา
มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลา
ธิเบศรรามาธิบดี
จักรีนฤบดินทร
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

36. รักแรกพบ
ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์
แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น
สมเด็จพระ

บรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า'น่าจะเป็น
เกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ
เนื่องเพราะรับสั่งว่า
จะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง
แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม
ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง

37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริ กิติ์
กิติยากร เมื่อวันที่ 19
กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธี

ราชาภิเษกสมรส
ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28
เมษายน 2493
โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป


ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง
ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์
เสียค่าธรรมเนียม 10
บาท

37. หลังอภิเษกสมรส
ทรง'ฮันนีมูน'ที่หัวหิน

38. ทรงผนวช ณ
พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม
2499 และประทับจำพรรษา ณ
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15
วัน
39. ระหว่างทรงผนวช
พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง
คือ สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช
40.
ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพงหรือต้องแบรนด์เนม
ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่

จำเป็นจะต้องเป็นของแพง
อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น

41. เครื่องประดับ :
ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ
เช่น แหวน สร้อยคอ
ของมีค่าต่างๆ
ยกเว้น นาฬิกา

42. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว :
ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร
อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้
สร้างวัตถุมงคล
เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ

43. หลอดยาสีพระทนต์
ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ
โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยัง

ปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด
ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด
และ กด
เป็นรอยบุ๋ม

44. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด
คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต
มีหนังสือเล่าไว้ว่า
วันนั้นในหลวงไปเฝ้า
แม่ถึงตีสี่ตีห้า
พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ
เมื่อถึงวัง
ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า
สมเด็จย่าสิ้น
พระชนม์แล้ว
ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล
เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง
ในหลวงคุกเข่าเข้าไป
กราบที่อกแม่
ซบหน้านิ่งอยู่นาน
ค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง

45.
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จนถึงปัจจุบนมีจำนวนกว่า 3,000
โครงการ
46.
ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่
3 สิ่ง คือ
แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้น
เอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง)
กล้องถ่ายรูป
และดินสอที่มียางลบ


47.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียวกระดาษที่จะนำมาให้ข้าราชการที่

เข้าเฝ้าฯถวายงาน

48. เก็บร่ม :
ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่
เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมา

ถึง
ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก
ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน
เมื่อทรง
เห็นดังนั้น
จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม
แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรท่ามกลางสายฝน

49.
ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน
โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯ
ร่วมกับข้อมูลจาก
ต่างประเทศที่หามาเอง
เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน

50. โครงการส่วนพระองค์
สวนจิตรลดา
เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน
32,866.73บาท ซึ่ง

ได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์
จากการขายนมวัว
ก็ค่อยๆเติบโตเป็นโครงการพัฒนามา


จนเป็นอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

51.
เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา
ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบาย
ด้วยพระองค์เอง
เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด

52. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
กราบบังคมทูลถามว่า
เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่
ในหลวงตอบ
ว่า
'ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก
บางเรื่องมันน่าท้อถอย
แต่ว่าฉันท้อไม่ได้
เพราะเดิมพันของเรา
นั้นสูงเหลือเกิน
เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง
คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ

53. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน
แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก
5
ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549)
ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้

เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ
พระองค์จะได้มอนิเตอร์
เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน

54. อาหารทรงโปรด :
โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น
ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก
ผัดถั่วลันเตา
55. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี
ต้นหอม และตังฉ่าย

56. ทรงเสวย ข้าวกล้อง
เป็นพระกระยาหารหลัก

57. ไม่เสวยปลานิล
เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย
โดยใช้สระว่ายน้ำในพระ

ตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง
แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง

58. เครื่องดื่มทรงโปรด :
โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ
เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง

59. ทีวีช่องโปรด
ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส
ของยูบีซี
เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก

60. ทรงฟัง จส.100
และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน
กทม.ไปที ่ จส.100ด้วย โดย
ใช้พระนามแฝง

61. หนังสือที่ในหลวงอ่าน :
ตอนเช้าตื่นบรรทม
ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ

ทุกฉบับ
และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส
นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ
ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก
62. ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ
ร้านยูไลย เจ้าของชื่อ ยูไลย
ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อ

ในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501
เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มี
ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ
มาถวายงาน
ต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50
ปีแล้ว
63. ห้องทรงงานของในหลวง
อยู่ใก ล้ห้องบรรทม บนชั้น 8
ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ

ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ
โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร
คอมพิวเตอร์
เครื่องบันทึกเสียง
เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ

64. สุนัขทรงเลี้ยง
นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด
สุนัขประจำรัชกาล
ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกล

กังวล แล้ว
ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว

65. ในหลวง
เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ว่า 'นายหลวง' ภายหลัง
จึงเปลี่ยนเป็น ในหลวง

66. ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ
ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ
เยอรมัน และ สเปน
67. อาชีพของในหลวง
เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกในช่อง
อาชีพ
ของพระองค์ว่า 'ทำราชการ'

68.
ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา
เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์
สวิตเซอ
ร์แลนด์
รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง
ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา
ตอนนั้นมีอายุ
เพียง 20 พรรษา
และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว
ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน

ชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี

69.
ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า
แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้นเป็น


แซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์
ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า'อันนี้ไม่จริงเลย
สมมติว่าจริงก็จะ
หนักมาก ยกไม่ไหวหรอก'

70. ปีหนึ่งๆ
ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง
ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด

71. หัวใจทรงเต้นไม่ปรกติ
ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ
เนื่องจากติดเชื้อ
ไมโครพลาสม่า
ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี

72. รู้หรือไม่ว่า
ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง

ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์

73.
ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติ

ครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค
มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน

74.
ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี
พ.ศ.2493 จน 29
ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่า
เสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490
ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม.
ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน

470,000 ครั้ง
น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3
ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน

75. ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ
ดอกดาวเรือง
76. สีประจำพระองค์คือ
สีเหลือง
77. นั่งรถหารสอง :
ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า
การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลื
อง จึง
ให้นั่งรวมกัน
ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด

......................... >:D >:D >:D........................

aeiwfah:
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

Eastana:
 >:D >:D >:D

The PEX:
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ  ยิ่งยืนนาน

เป็นมิ่งขวัญของพวกเรา ปวงชนชาวไทย ไปอีกนานเท่านาน


 >:D >:D >:D >:D >:D >:D >:D >:D >:D

ไก่ฟ้า@พญาลอ:
 >:D  >:D  >:D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป